Event Date : 2019-11-28

Submission Deadline : 2019-09-20

Venue : สถาบันอาศรมศิลป์

Website : https://www.arsomsilp.ac.th/conference-2019/

 

สถาบันอาศรมศิลป์ได้ก่อตั้งในปี ๒๕๔๙ และเพื่อการสืบทอดปฏิปทาแห่งความเป็นครูที่แท้ของศาสตราจารย์ ระพี สาคริก คือ การเรียนรู้เพื่อความเป็นไท ทางสถาบันฯจึงได้จัดการประชุมวิชาการระพีเสวนามาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการประชุมวิชาการระพีเสวนาประจำปี ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นครั้งที่ ๑๐ จะเป็นหัวข้อ “การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง” (Transformative Learning” เพื่อเป็นเวทีวิชาการสำหรับนักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และผู้ขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ในสังคมไทย ตลอดจนนานาประเทศ ร่วมกันเสริมสร้างเครือข่ายนักวิจัยถ่ายทอดแนวคิดและระเบียบวิธีการวิจัย ที่มุ่งเป้าหมายของการเรียนรู้ที่เป็นการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง (Transformative Learning) ที่ผ่านการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรง เกิดความเข้าใจ ฝึกฝนการใคร่ครวญ สะท้อนย้อนดูตน จนตระหนักรู้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างลึกซึ้ง เรียนรู้จักและรู้จากภายในของตนเอง จนก่อให้เกิดลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้อย่างยั่งยืน

โดยปรกติ ธรรมชาติการเรียนรู้ของมนุษย์มีอยู่สองด้าน เปรียบเสมือนสองด้านของเหรียญเดียวกัน กล่าวคือด้านหนึ่งเป็นธรรมชาติการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากเงื่อนไขปัจจัยภายนอก เช่น การเลี้ยงดูอบรมบ่มเพาะจากครอบครัว จากการศึกษาเรียนรู้ในโรงเรียน และจากการรับรู้เรียนรู้ด้วยตนเองจากสภาพการณ์ทางชุมชนสังคม สิ่งแวดล้อมและสื่อต่างๆ ซึ่งล้วนส่งผลทำให้มนุษย์เกิดการเรียนรู้เปลี่ยนแปลง เจริญเติบโต  และดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขบ้างทุกข์บ้าง แล้วแต่เหตุปัจจัยภายนอกเหล่านั้นจะเอื้ออำนวย เช่นการที่เด็กฝึกใช้ตะเกียบเป็นเครื่องมือในการรับประทานอาหาร กล้ามเนื้อมือและแขนของเขาก็ถูกฝึกให้เกิดทักษะแห่งการควบคุมทิศทาง โดยสมองคิดไตร่ตรองในการควบคุมเครื่องมือนั้น ให้ทำงานอย่างคล่องแคล่วมีประสิทธิภาพ สะอาดเรียบร้อย มากกว่าการใช้มือเปล่า ซึ่งนับเป็นการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างหนึ่ง ในการที่มนุษย์รู้จักประดิษฐ์เครื่องมือมาเพิ่มความสามารถพิเศษของตน ทำให้มีชีวิตอยู่ได้อย่างสะดวกสบาย และราบรื่นมากขึ้น อย่างชนิดที่สัตว์และสิ่งมีชีวิตอื่นไม่สามารถจะทำได้เท่ามนุษย์

ในขณะเดียวกันธรรมชาติการเรียนรู้อีกด้านหนึ่งของมนุษย์ซึ่งมีอยู่แล้วเช่นกัน หากแต่เกิดขึ้นจากเงื่อนไขปัจจัยภายในของมนุษย์เอง ที่ยังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับจิตวิญญาณ และช่วยให้มนุษย์อยู่เหนือกระแสอิทธิพลของเหตุปัจจัยภายนอกและภายในทั้งปวง เป็นการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงที่ไม่หวนกลับสู่สภาพการเรียนรู้แต่เพียงด้านเดียวอีกต่อไป การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงโดยนัยยะดังกล่าวนี้ได้ถูกค้นพบและนำมาบอกกล่าวโดยพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อ ๒๖๐๐ กว่าปีมาแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ประการใด แต่เป็นการเรียนรู้ที่ไม่ได้บรรจุอยู่ในระบบของการศึกษาทั่วไป อย่างไรก็ดีการฝึกฝนอบรมการเรียนรู้จากธรรมชาติภายในนี้ต้องเกิดขึ้นโดยการปฏิบัติของตนเองแม้จะมีผู้สอนและแนะนำอยู่บ้าง ในสำนักหรือสถาบันบางแห่งก็ตาม แต่ก็มิอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตนได้จริง หากบุคคลนั้นมิได้ลงมือค้นหา "ครู" จากภายใน จึงเป็นได้แต่เพียงเครื่องช่วยให้เกิดการรับรู้และยอมรับโดยเหตุผลเท่านั้น ดังนั้นการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงจากภายในนี้ จึงมีลักษณะของการใช้เงื่อนไขและเหตุปัจจัยภายในกายและจิตใจที่มีการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาภายใต้กฎแห่งความเป็นจริงอย่างหนึ่ง ให้เป็นครูพาฝึกฝนจนกระทั่งเกิดการเรียนรู้ด้วยสติปัญญา ยอมรับความจริงนั้นโดยสิ้นเชิง เช่นความไม่เที่ยงเป็นทุกข์ ซึ่งเป็นวัฏจักรที่ครอบงำทุกชีวิตและสรรพสิ่งในโลกนี้อยู่ตลอดเวลา กล่าวคือความไม่มีตัวตนที่แท้จริง หากแต่เป็นการผสมกันของเหตุปัจจัยในวาระหนึ่งๆ เท่านั้น จึงไม่มี "ใคร" อาจควบคุมความเป็นไปทั้งภายในและภายนอกได้ เมื่อตระหนักถึงความจริงเช่นนี้จึงไม่ยึดถือมั่นในตัวตนและสิ่งต่างๆ ที่อยู่ภายนอกด้วยเช่นกัน 

ดังนั้นการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงจากภายในเช่นนี้ จึง เป็นทักษะการเรียนรู้ที่วิเศษสุด ของมนุษย์ที่ธรรมชาติให้มา ซึ่งเอื้อให้เกิดโอกาสแห่งการเรียนรู้ทั้งสองด้านของเหรียญ ได้อย่างกว้างขวางและลึกซึ้ง และเป็นอิสระจากความสุขความทุกข์ที่บีบคั้นชีวิตทั้งกายและใจของมนุษย์ จึงสมควรที่มนุษย์ในยุคปัจจุบันที่มีความเจริญและวิวัฒนาการมาอย่างไม่หยุดยั้งได้ใช้โอกาสทองของตน ค้นหาและก้าวเข้าสู่สถาบันการเรียนรู้ภายในของแต่ละคน ให้เป็นเวทีศึกษาค้นคว้าทักษะ “การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้” นั่นเอง

 

Organized by : สถาบันอาศรมศิลป์ ร่วมกับ คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์